12 มิถุนายน 2026
กีฬา

สถิติทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกทุกสมัย

huapo23 • 11 มิถุนายน 2026

สถิติทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกทุกสมัย

ทีมชาติอังกฤษถือเป็นหนึ่งในชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในฟุตบอลโลก นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกในปี 1950 ที่บราซิล สิงโตคำรามผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน ทั้งช่วงเวลาแห่งความสำเร็จสูงสุดและความผิดหวังที่ยากจะลืม สถิติทั้งหมดที่สะสมมาตลอดหลายทศวรรษสะให้เห็นถึงวิวัฒนาการของวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างชัดเจน แฟนบอลที่ต้องการติดตาม ผลบอลสด สามารถตรวจสอบผลการแข่งขันย้อนหลังได้ทุกทัวร์นาเมนต์

ผลงานรวมตลอดกาล

อังกฤษเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งหมด 16 ครั้ง จากการคัดเลือกทั้งหมด 20 ครั้ง คิดเป็นอัตราการผ่านเข้ารอบ 80% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ในยุโรป ผลงานโดยรวมตลอดทุกทัวร์นาเมนต์มีดังนี้:

  • จำนวนนัดที่ลงแข่ง: 74 นัด
  • ชนะ: 32 นัด (43.2%)
  • เสมอ: 22 นัด (29.7%)
  • แพ้: 20 นัด (27.0%)
  • ประตูที่ทำได้: 104 ประตู
  • ประตูที่เสีย: 68 ประตู
  • ผลต่างประตู: +36

สถิติเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอังกฤษเป็นทีมที่มีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถครองความยิ่งใหญ่ได้เหมือนบราซิลหรือเยอรมนี อย่างไรก็ตาม แฟนบอลยังคงติดตาม ผลบอลสด thscore เพื่อดูพัฒนาการของทีมในแต่ละทัวร์นาเมนต์

แชมป์โลกสมัยเดียว: ปี 1966

ความสำเร็จสูงสุดของอังกฤษในฟุตบอลโลกคือการคว้าแชมป์ในปี 1966 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ ทัวร์นาเมนต์นั้นถือเป็นจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ โดยมีสถิติที่น่าสนใจดังนี้:

  • รอบแบ่งกลุ่ม: ชนะ 2 เสมอ 1 (กลุ่ม 1)
  • รอบ 8 ทีม: ชนะอาร์เจนตินา 1-0
  • รอบรองฯ: ชนะโปรตุเกส 2-1
  • รอบชิงฯ: ชนะเยอรมนีตะวันตก 4-2 (ต่อเวลาพิเศษ)
  • ประตูรวมทั้งทัวร์นาเมนต์: 11 ประตู
  • เสียประตู: 3 ประตู

รอบชิงชนะเลิศในปี 1966 ถือเป็นหนึ่งในนัดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ประตูที่สามของอังกฤษที่ยิงโดยเจฟฟ์ เฮิร์สท์ ซึ่งบอลชนคานลงมาแล้วกระเด้งออก ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงจนถึงทุกวันนี้ว่าบอลข้ามเส้นประตูแล้วหรือไม่

สถิติแต่ละทัวร์นาเมนต์

ฟุตบอลโลก 1950 (บราซิล)

เป็นครั้งแรกที่อังกฤษเข้าร่วมฟุตบอลโลก แต่ตกรอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าผิดหวัง โดยแพ้ให้กับสหรัฐอเมริกา 0-1 ในนัดที่ถูกเรียกว่า “ปาฏิหาริย์ที่เบโล โอรีซอนชี” นัดนี้ถือเป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่ช็อกที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 1954 (สวิตเซอร์แลนด์)

อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้ให้กับอุรุกวัย 2-4 สถิติในทัวร์นาเมนต์นี้คือ ชนะ 2 แพ้ 1 ยิงได้ 8 เสีย 5

ฟุตบอลโลก 1958 (สวีเดน)

ตกรอบแบ่งกลุ่มหลังจากเสมอ 2 แพ้ 1 ถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวังอีกครั้ง แฟนบอลชาวอังกฤษต้องรอคอยความสำเร็จอีก 8 ปี

ฟุตบอลโลก 1962 (ชิลี)

อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้บราซิล 1-3 ซึ่งบราซิลในปีนั้นเป็นแชมป์โลกในที่สุด ถือว่าอังกฤษแพ้ให้กับทีมที่ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์

ฟุตบอลโลก 1970 (เม็กซิโก)

หลังจากคว้าแชมป์ในปี 1966 อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้เยอรมนีตะวันตก 2-3 ทั้งที่นำไปก่อน 2-0 นัดนี้ถือเป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดที่สุดของทีม

ฟุตบอลโลก 1982 (สเปน)

อังกฤษผ่านเข้ารอบสอง แต่ตกรอบแบ่งกลุ่มรอบที่สอง สถิติในทัวร์นาเมนต์คือ ชนะ 3 เสมอ 2 ไม่แพ้ใคร แต่ก็ตกรอบเนื่องจากกฎประตูได้เสีย

ฟุตบอลโลก 1986 (เม็กซิโก)

ทัวร์นาเมนต์ที่มีชื่อเสียงจาก “แฮนด์ ออฟ ก็อด” ของดิเอโก มาราโดนา อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้อาร์เจนตินา 1-2 ประตูที่มาราโดนาใช้มือปัดบอลเข้าประตูยังคงเป็นประเด็นที่แฟนบอลอังกฤษไม่เคยลืม

ฟุตบอลโลก 1990 (อิตาลี)

อังกฤษเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1966 แต่แพ้เยอรมนีตะวันตกในการดวลจุดโทษ 3-4 หลังจากเสมอ 1-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ นัดนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “อาถรรพ์จุดโทษ” ของอังกฤษ

ฟุตบอลโลก 1998 (ฝรั่งเศส)

อังกฤษเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่แพ้อาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษ หลังจากเสมอ 2-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เดวิด เบ็คแฮมถูกไล่ออกในนัดนี้จากการเตะใส่ดิเอโก ซิเมโอเน

ฟุตบอลโลก 2002 (เกาหลีใต้/ญี่ปุ่น)

อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้บราซิล 1-2 ประตูฟรีคิกของโรแบร์โต คาร์ลอสและโรนัลดินโญยังคงเป็นที่จดจำ

ฟุตบอลโลก 2006 (เยอรมนี)

อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง แต่แพ้โปรตุเกสในการดวลจุดโทษ เวย์น รูนีย์ถูกไล่ออกในนัดนี้ ทำให้แฟนบอลผิดหวังอย่างมาก

ฟุตบอลโลก 2010 (แอฟริกาใต้)

อังกฤษเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่แพ้เยอรมนี 1-4 ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่ขาดลอยที่สุดในฟุตบอลโลกของอังกฤษ ประตูของแฟรงค์ แลมพาร์ดที่ไม่ได้รับการนับ (บอลข้ามเส้นแล้วแต่ผู้ตัดสินไม่เห็น) นำไปสู่การเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยี VAR

ฟุตบอลโลก 2014 (บราซิล)

ตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1958 ถือเป็นผลงานที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกของอังกฤษ ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 2

ฟุตบอลโลก 2018 (รัสเซีย)

อังกฤษเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1990 แต่แพ้โครเอเชีย 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ถึงแม้จะแพ้ แต่ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต แฟนบอลที่ติดตาม บ้านผลบอล ต่างให้ความสนใจกับพัฒนาการของทีมชุดนี้อย่างมาก

ฟุตบอลโลก 2022 (กาตาร์)

อังกฤษเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่แพ้ฝรั่งเศส 1-2 แฮร์รี เคนพลาดจุดโทษในช่วงท้ายเกม ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทีมตกรอบ

สถิติสำคัญที่น่าสนใจ

ผู้เล่นที่ลงสนามมากที่สุดในฟุตบอลโลก

  • ปีเตอร์ ชิลตัน: 17 นัด (1982-1990)
  • บ็อบบี มัวร์: 14 นัด (1962-1970)
  • แอชลีย์ โคล: 13 นัด (2002-2010)
  • สตีเวน เจอร์ราร์ด: 12 นัด (2006-2014)
  • แฮร์รี เคน: 11 นัด (2018-2022)

ผู้ทำประตูสูงสุดในฟุตบอลโลก

  • แกรี ลินิเกอร์: 10 ประตู (1986-1990)
  • แฮร์รี เคน: 8 ประตู (2018-2022)
  • เจฟฟ์ เฮิร์สท์: 5 ประตู (1966-1970)
  • ไมเคิล โอเวน: 4 ประตู (1998-2006)
  • เดวิด เบ็คแฮม: 3 ประตู (1998-2006)

สถิติจุดโทษในฟุตบอลโลก

อังกฤษมีสถิติการดวลจุดโทษที่ไม่ค่อยดีนักในฟุตบอลโลก โดยแพ้ในการดวลจุดโทษ 4 ครั้งจากทั้งหมด 5 ครั้ง ได้แก่:

  • ปี 1990 vs เยอรมนีตะวันตก (แพ้ 3-4)
  • ปี 1998 vs อาร์เจนตินา (แพ้ 3-4)
  • ปี 2006 vs โปรตุเกส (แพ้ 1-3)
  • ปี 2012 vs อิตาลี (แพ้ 2-4) — ยูโร ไม่นับ

สถิตินี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางจิตวิทยาของนักเตะอังกฤษในการดวลจุดโทษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมทุกคนพยายามแก้ไขมาโดยตลอด

สถิติเปรียบเทียบกับชาติอื่น

เมื่อเปรียบเทียบสถิติของอังกฤษกับชาติชั้นนำอื่นๆ จะเห็นว่า:

  • บราซิล: แชมป์ 5 สมัย, ลงแข่ง 114 นัด
  • เยอรมนี: แชมป์ 4 สมัย, ลงแข่ง 112 นัด
  • อิตาลี: แชมป์ 4 สมัย, ลงแข่ง 89 นัด
  • อาร์เจนตินา: แชมป์ 3 สมัย, ลงแข่ง 88 นัด
  • ฝรั่งเศส: แชมป์ 2 สมัย, ลงแข่ง 73 นัด
  • อังกฤษ: แชมป์ 1 สมัย, ลงแข่ง 74 นัด

จะเห็นว่าอังกฤษมีจำนวนนัดที่ลงแข่งมากกว่าฝรั่งเศส แต่มีแชมป์น้อยกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอังกฤษมีความสม่ำเสมอในการผ่านเข้ารอบ แต่ยังขาดความเด็ดขาดในรอบลึกๆ

แนวโน้มสถิติในยุคปัจจุบัน

ภายใต้การคุมทีมของแกเร็ธ เซาธ์เกต สถิติของอังกฤษในฟุตบอลโลกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด:

  • ปี 2018: เข้ารอบรองชนะเลิศ (อันดับ 4)
  • ปี 2022: เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย
  • ประตูเฉลี่ยต่อนัด: 1.8 ประตู (สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดกาล)
  • อัตราการครองบอล: 58% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลอดกาล)

พัฒนาการเหล่านี้ทำให้แฟนบอลมีความหวังว่าอังกฤษจะสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้ในฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง

สรุปสถิติ

สถิติของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกทุกสมัยแสดงให้เห็นถึงทีมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีทั้งช่วงเวลาที่ดีและไม่ดี ความสำเร็จสูงสุดคือแชมป์โลกปี 1966 แต่นับตั้งแต่นั้นมา อังกฤษยังไม่สามารถกลับไปถึงจุดสูงสุดได้อีกเลย อย่างไรก็ตาม ด้วยนักเตะรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูงและระบบการพัฒนาเยาวชนที่ดีขึ้น แฟนบอลยังคงหวังว่าสถิติที่ดีที่สุดของอังกฤษยังรออยู่ข้างหน้า

สำหรับแฟนบอลที่ต้องการติดตามผลการแข่งขันและสถิติแบบเรียลไทม์ สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ติดตามผลบอลออนไลน์ ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนทั้งผลบอลสด สถิติการแข่งขัน และตารางคะแนนอัปเดตล่าสุด